แรงบันดาลใจ สร้างได้ด้วย “การอ่าน”

admin   August 21, 2016   Comments Off on แรงบันดาลใจ สร้างได้ด้วย “การอ่าน”

‘หนังสือ’ นับว่าเป็นกุญแจไขประตูบานใหญ่เพื่อเปิดประสบการณ์แห่งการเรียนรู้ให้กับตนเอง เพราะทำให้เราสามารถสัมผัสสิ่งต่างๆ ผ่านจินตนาการได้ด้วยการอ่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของผู้คน ความสวยงามของธรรมชาติ และวัฒนธรรมต่างๆ ทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นแรงกระตุ้นที่สำคัญให้เราพัฒนาตนเองเพื่อได้สัมผัสจินตนาการเหล่านั้นอย่างแท้จริง

“ผมได้ประสบสิ่งมหัศจรรย์กับพลังแห่งการอ่านด้วยตนเอง เพราะมีโอกาสได้อ่าน ได้เห็นทัศนียภาพของต่างประเทศจากหนังสือ ก็เกิดความกระตือรือร้นว่าในชีวิตนี้ต้องแสวงหาโอกาสที่จะออกไปสัมผัส ไปเห็น และพิสูจน์ให้ได้ถึงความสวยงามที่เราเคยอ่านในหนังสือ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เราเตรียมตัวแสวงหาความพร้อม พัฒนาศักยภาพของตนเอง และเปิดโอกาสให้ตนเองมากขึ้น” ธรรมศาสตราภิชาน ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน บอกเล่าประสบการณ์ และแรงบันดาลใจที่ได้รับจากการอ่านหนังสือ

ธรรมศาสตราภิชาน ดร.สุรินทร์ ยังบอกด้วยว่า นอกจากการอ่านจะเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาองค์ความรู้แล้ว ยังเป็นตัวช่วยที่ดีในการพัฒนาตนเองอีกด้วย และยิ่งมีองค์กรที่ช่วยขับเคลื่อนและส่งเสริมการอ่านให้กับเด็กและเยาวชน ก็ยิ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้พวกเขาสามารถแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในสังคม ที่จะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อไปแข่งขันกับคนอื่นๆ ‘ทักษะการอ่าน’ จึงนับว่าเป็นกุญแจสำคัญ เพราะนอกจากจะเกิดจินตนาการแล้ว ยังมีความตื่นเต้น สนุกสนานและมีความสุขอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการสอนให้เด็กรู้จักการรอคอยความตื่นเต้นที่จะเกิดขึ้นจากตัวละครในหนังสือ เพราะการได้ทุกอย่างทันทีทันใดจะทำให้เด็กขาดสมาธิ รอไม่เป็น เห็นแก่ตัว และต้องการให้ทุกอย่างทันใจตนเอง ซึ่งเราอยู่กับคนในสังคมจำนวนมาก ทรัพยากรที่ร่อยหรอลงก็ต้องรู้จักแบ่งปัน รู้จักรอคอย และไม่เห็นแก่ตัว

แรงบันดาลใจ สร้างได้ด้วย "การอ่าน"

“ฉะนั้นทักษะการอ่านและการสร้างนิสัยรักการอ่านจะนำไปสู่การแก้ปัญหาต่างๆ ที่สังคมกำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ ทั้งคุณธรรม อารมณ์ที่โกรธง่าย การทะเลาะ ไม่รู้จักแบ่งปัน และไม่พร้อมพัฒนาตนเอง ซึ่งหากเราพร้อมและมีทักษะด้านการอ่านก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาระยะยาวให้กับสังคม” อดีตเลขาธิการอาเซียน บอกถึงประโยชน์ของการอ่านหนังสือต่อการพัฒนาตนเอง

ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปี ที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดย แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ โดยการส่งเสริมระบบการอ่านให้เอื้อต่อกระบวนการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับความต้องการและพัฒนาศักยภาพเด็ก เยาวชน และครอบครัว โดยใช้การอ่านเป็นพลังขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “อ่านสร้างสุข”

เช่นเดียวกับที่ นางสุดใจ พรมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. สะท้อนความคิดเห็นของการอ่านสร้างแรงบันดาลใจว่า การอ่านช่วยเสริมสร้างแรงบันดาลใจได้ และไม่เพียงแต่สร้างแรงบันดาลใจให้กับตนเองเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งต่อแรงบันดาลใจเหล่านั้นให้กับคนรอบข้างได้ด้วย

การอ่าน นอกจากจะเป็นการพัฒนาตนเองไปสู่ความสำเร็จ เปิดโลกการเดินทาง และให้ทัศนคติในแง่บวกแล้วนั้น ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะสร้างแรงบันดาลใจในชีวิตของผู้อ่านได้เป็นอย่างดี

gclub เราคือคาสิโนที่เล่นได้ที่บ้าน ผ่านเว็บ คาสิโนออนไลน์ หนึ่งในบริการดีๆ ที่ออกแบบมาเพื่อท่านลูกค้าโดยเฉพาะ เว็บเราได้ตั้งมั่นในหลักของความถูกต้อง บริสุทธิ์ใจ และเถรตรงอย่างเปิดเผย พร้อมกับให้ทุกๆ ท่านได้พนันขันต่อกันอย่างเต็มที่ โดยนักเดิมพันจะได้สนุกและลุ้นรับเงินโบนัส แจ๊กพ๊อตมากมาย ผ่านตัวเกมส์ที่ท่านเลือกเล่นได้ง่ายๆ ที่นี่ที่เดียว

เว็บไซต์ gclubcasinoonline.com

โรคร้ายที่มากับการ “กินดิบ”

admin   August 16, 2016   Comments Off on โรคร้ายที่มากับการ “กินดิบ”

โรคร้ายที่มากับการ “กินดิบ”

ถึงแม้ว่ามนุษย์เราสมัยก่อนนู้นที่ยังไม่มีไฟใช้ จะเริ่มต้นจากการบริโภคเนื้อสดๆ แต่ในเมื่อสมัยนี้เรามีพร้อมทุกอย่างทั้งไฟแก๊ส ไฟฟ้า เราก็ไม่ควรทานอาหารดิบ เพราะทางการแพทย์พิสูจน์ได้ว่า อาหารดิบเต็มไปด้วยเชื้อโรค พยาธิ และอันตรายต่างๆ นาๆ ที่ทำให้ร่างกายของเราเป็นโรค และเกิดอาการผิดปกติ จนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงพูดถึงอันตรายจากการทานอาหารดิบเอาไว้ ตามรายละเอียดด้านล่างค่ะ

ควายไม่มีโรค เป็นลาบอันประเสริฐ

ประโยคนี้เป็นประโยคที่หลายคนคงจะเคยได้ยินกันตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งมันไม่ใช่แค่คำพังเพยล้อเลียน หากแต่เป็นคำพังเพยที่ใช้ได้จริง

ลาบ เป็นอาหารที่นำอวัยวะของสัตว์นำมาสับละเอียดก่อนนำไปทำเป็นอาหาร มีทั้งแบบทำสุก และแบบทำดิบ(ทั้งดิบจริงๆและแบบคั่วรวน) แบบดิบอาจจะมีการเติมเลือดลงไปเพื่อเพิ่มความอร่อย เป็นการกินอาหารที่ทำกันมาแต่โบราณในหลายพื้นที่ของโลก

gclubslot เราได้คัดสรรบริการเกมส์ คาสิโนออนไลน์ ชั้นนำมาให้ท่านลูกค้าได้เลือกเล่นกันมากมาย ส่วนมากจะเป็นบริการที่ได้รับความนิยม และรู้จักันดีอยุ่แล้ว ท่านที่ชอบพนันบอลออนไลน์ไม่ควรพลาด สมัครง่ายเดิมพันสนุก เรามีทีมงานคอยบริการท่านทุกวันตลอด 24 ชั่งโมง

ติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://ruby888-casino.com/

ปัญหาคือ การกินลาบในแบบดิบซึ่งนิยมกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวดนี้ สามารถนำโรคจากสัตว์มาสู่คนได้ และการติดโรคจากอาหารก็เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้อายุขัยของคนโบราณต่ำกว่าในปัจจุบัน

โรคที่ติดต่อจากเนื้อดิบๆของสัตว์พวกวัวควายสู่มนุษย์ได้ มีหลายโรคได้กัน ได้แก่

1. แอนแทรกซ์ หากกินเนื้อที่มีเชื้อนี้เข้าไป จะเกิดการติดแอนแทรกซ์ในทางเดินอาหาร เกิดอาการอ้วกเป็นเลือด ถ่ายท้องรุนแรง ในรายที่เป็นมากก็ติดเชื้อในกระแสเลือดถึงแก่ความตายได้

2. ไข้สมองอักเสบหูดับ จากเชื้อสเตรปโตคอคคัส ซูอีส เมื่อกินเข้าไปและเชื้อเข้าสู่ร่างกาย จะขึ้นไปที่เยื่อหุ้มสมองและติดเชื้อแถวนั้น ทำให้เกิดไข้สูง เพ้อ สับสน ถ้ารักษาไม่ทันก็ถึงแก่ความตายได้ … หรือในรายที่รักษาทัน ก็มักจะมีอาการหูหนวกถาวรตามมาจากการอักเสบของเส้นประสาทการได้ยิน

3. พยาธิทริคิโนซีส …. พอบอกว่าเป็นพยาธิคนอาจจะเฉยๆ แต่พยาธิชนิดนี้เมื่อเรากินเข้าไปมันจะฟักตัวออกมาแล้วไชไปที่กล้ามเนื้อต่างๆของร่างกายจนปวดรุนแรงทั่วตัว และในกรณีที่มันไปที่กล้ามเนื้อกระบังลม ก็อาจจะทำให้เกิดอาการหายใจไม่ได้ เสียชีวิตได้

4. โรคติดเชื้อทางเดินอาหาร … ท้องเสีย อาเจียน บางรายถ่ายเป็นเลือด … ซึ่งถ้าโชคไม่ดีอาการเป็นเยอะ เชื้อเข้ากระแสเลือดได้ก็ตาย

5. พยาธิตัวตืด … อันนี้ไม่น่ากลัวมาก ข้ามไป

6. โรคพิษสุนัขบ้า … หากนำเนื้อวัวควายที่ตายแบบไม่ทราบสาเหตุมากิน แล้วไปเจอวัวควายที่ตายจากโรคพิษสุนัขบ้า … ทั้งคนแล่เนื้อ คนทำอาหาร ไปจนถึงคนกินดิบๆ อาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อนี้ได้ … ซึ่งถ้าเป็นและมีอาการ ตายลูกเดียว

7. บรูเซลโลซิส … โรคแท้งติดต่อ เป็นโรคที่สำคัญในสัตว์เพราะทำให้แท้งแบบไม่ทราบเหตุ ในคนพบไม่บ่อยนักแต่เวลาเป็นจะลำบากเพราะอาการจะเป็นไข้ที่หาเหตุไม่เจอ มีไข้ ปวดตามตัว ปวดข้อ น้ำหนักลด เป็นฝีในตับในม้าม … คือกว่าจะหาเจอและรักษาได้ ก็อาจจะต้องนอนป่วยหลายเดือน

ดังนั้น หากอยากจะกินลาบสดลาบดิบลาบเลือด ของวัวควาย ก็ต้องเลือกควายไม่มีโรค ซึ่งทางเดียวที่จะทำได้คือการเลี้ยงควายเองในระบบปิด ให้ยาปฏิชีวนะเป็นระยะ ฉีดวัคซีนป้องกันโรค ให้กินอาหารที่ดี … แล้วค่อยล้มควายเอามาทำลาบสด

แต่ถ้าจะให้ง่ายกว่านั้น … กินลาบสุก ผ่านความร้อนจัดให้เนื้อสุกเสมอทั่วกัน แล้วค่อยกินจะดีกว่าครับ ปลอดภัยกว่าเยอะ

ปล. สำหรับคนที่บอกว่าถ้าให้กินลาบสุกๆ มันไม่มีความสุขหรอก ต้องกินดิบ อร่อย คุ้มค่าความเสี่ยง เป็นการใช้ชีวิต ….. ผู้ป่วยรายนึงที่เสียอนาคตไปตลอดชีวิตจากหนึ่งในโรคข้างบนนี้บอกว่ามันไม่คุ้มกันเลยครับ

Mdd รับสร้างบ้าน อุดร บ้าน Eco nano block

admin   August 16, 2016   Comments Off on Mdd รับสร้างบ้าน อุดร บ้าน Eco nano block

Mdd รับสร้างบ้าน อุดร บ้าน Eco nano block
บริษัท โมเดิร์นดี (MDD) รับสร้างบ้าน อุดร โซนภาคอีสาน และจังหวัดไกล้เคียง สร้างความแตกต่างที่เป็นคุณ “Make It Different”
โมเดิร์นดี รับสร้างบ้าน อุดร ด้วยวัสดุนาโน บล็อค

อิฐบล็อค นาโน (NANO BLOCK)
นวัตกรรมการก่อสร้างใหม่ ของไทยที่ช่วยลดขั้นตอนการก่อสร้างบ้านที่ยุ่งยากซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่ายๆบ้านอิฐบล็อคนาโน แข็งแรกงกว่าเดิม ประหยัดกว่าเดิม รวดเร็วกว่าเดิม เย็นสบายกว่าเดิม เป็นมิตรกับสิ่งแวดลอ้ม ภายในบ้านสวยงาม

โมเดิร์นดี รับสร้างบ้าน อุดร ด้วยวัสดุนาโน บล็อค
– เดือยบล็อค ช่วยล็อคให้ผนังแข็งแรงมากขึ้น และช่วยให้ก่ออิฐบล็อคได้ง่ายและรวดเร็ว
– ช่องว่างภายในทำให้เป็น “ฉนวนกันความร้อน” และสามารถร้อยสายไฟฟ้าและปะปาได้ง่าย
– ก่อผนังโดยการชุบปูนกาว ทำให้ก่อได้ง่ายและรวดเร็ว
– หล่อด้วยคอนกรีตผสมเปียก ทำให้แข็งแรงมาก รับน้ำหนักได้มากกว่า 15ตัน/ก้อน ทำให้เป็นผนังรับแรง ไม่ต้องมีเสาและคาน

เหมาะสำหรับ
– บ้านพักอาศัยชั้นเดัยว
– รีสอร์ทตากอากาศ
– บ้านเช่า , ห้องแถว
– บ้านรังนกนางแอ่น
– รั้วบ้าน รั้วโรงงาน
– กำแพงกันดิน
– ฟาร์ม โรงเรือนการเกษตร
– ฝายชะลอน้ำ ฝายแก้ว
– บ่อบำบัดน้ำเสีย ห้องสมุดโรงเรียน
– แท้งค์น้ำ สระว่ายน้ำ
– ป้อมยาม
– กุฏิพระ
– โรงรถ
– ศาลาปฏิบัติธรรม
– เสาคอนกรีต

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
http://www.modern-de.com/

ปลูกจิตสำนึกชุมชนคืนชีวิต “ป่าต้นน้ำ”

admin   August 15, 2016   Comments Off on ปลูกจิตสำนึกชุมชนคืนชีวิต “ป่าต้นน้ำ”

ปลูกจิตสำนึกชุมชนคืนชีวิต “ป่าต้นน้ำ”

เป็นที่ทราบกันดีว่าป่าไม้ช่วยทำให้อากาศชุ่มชื้น เพราะป่าไม้จะช่วยเก็บน้ำไว้ได้ ทำให้เกิดเป็นต้นน้ำลำธาร ช่วยป้องกันการพังทลายของหน้าดิน นอกจากนี้ป่าไม้ยังช่วยทำให้เกิดพืชพันธุ์ไม้อื่นและสัตว์ป่า ป่าไม้จึงถือเป็นแหล่งกำเนิดที่สำคัญของทุกชีวิต

          นายสมพงษ์ สุทธิวงศ์ ประธานมูลนิธิห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี ผู้ทำงานป่าห้วยขาแข้งเคียงคู่กับกรมป่าไม้มาตลอดชีวิตบอกเล่าความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและป่าไม้ว่าสถานการณ์ป่าไม้ในประเทศเวลานี้ค่อนข้างดีขึ้น มีการตัดไม้ทำลายป่าลดลง โดยทางมูลนิธิพยายามทำหน้าที่ในการปลูกจิตสำนึกและอบรมเยาวชน ให้รู้จักรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้ ใน 3 เรื่องหลัก คือ 1.เน้นให้รู้จักการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธาร 2. การดำรงวิถีชีวิตเกษตรกรรม โดยเฉพาะการไม่ใช้สารเคมีในการปลูกพืช เพราะจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 3. เน้นการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยให้ความรู้ในเรื่องการกำจัดขยะมูลฝอย และการคัดแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิล ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้โลกร้อน

ประธานมูลนิธิห้วยขาแข้งฯ บอกเล่าแนวทางการทำงานในการอนุรักษ์ผืนป่าว่า การจะทำงานใหญ่และยากให้ประสบผลสำเร็จได้นั้น ยังต้องอาศัยเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้ามาให้ความร่วมมือ โดยทางฝ่ายมูลนิธิจะลงพื้นที่ไปหาชาวบ้าน เพื่อเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจถึงผลกระทบจากการตัดไม้ทำลายป่า ความสำคัญของการอนุรักษ์ป่า และชี้ให้ชาวบ้านเห็นว่าปัญหาต่างๆ นั้นจะย้อนกลับมาหามนุษย์ได้อย่างไร

“ช่วงนี้มีปัญหาฝนแล้งบ่อย จึงเป็นโอกาสดีที่จะยกตัวอย่างจริง ให้ชาวบ้านเห็นถึงปัญหาที่เรารณรงค์ให้เลิกตัดไม้ทำลายป่า นอกจากนี้เรายังปลุกจิตสำนึกของชาวบ้านมาตลอด เช่น การส่งเสริมการปลูกต้นไผ่ในครอบครัวและพันธุ์ไม้อื่น เพื่อลดการพึ่งพิงป่าไม้ เป็นต้น เราทำงานตรงนี้มาตั้งแต่ปี 2531 ถึงตอนนี้ก็กว่า 26 ปีแล้ว รู้ดีว่า การทำงานลักษณะนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะงานอนุรักษ์เป็นงานที่ไม่เห็นผลทันตา” สมพงษ์เล่าถึงวิธีทำงาน

          ส่วนจุดสมดุลของโครงการพัฒนาต่างๆ กับการอนุรักษ์นั้น ประธานมูลนิธิห้วยขาแข้งฯ แสดงทัศนะว่า หากมีโครงการใดเข้ามาในพื้นที่ แล้วโครงการนั้นอาจส่งผลเสียหายต่อป่าไม้ เราก็จะเข้าไปให้ความรู้กับชาวบ้านผ่านการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นว่า โครงการนี้จะส่งผลดีผลเสียอะไรกับชีวิตความเป็นอยู่ของเขานบ้าง แล้วให้ชาวบ้านตัดสินใจเลือกของเขาเอง

      นายสมพงษ์ บอกถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ด้วยว่า ที่ผ่านมาเราพยายามจะสร้างกลุ่มคนรุ่นใหม่ขึ้นมารับช่วงต่อ แต่ก็ต้องยอมรับถึงกระแสโลกทุนนิยมที่มีอิทธิพลต่อความคิดของคนในปัจจุบัน ทำให้กลุ่มคนที่จะมาทุ่มเททำงานตรงนี้หาได้ยาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มักเลือกไปทำงานในกรุงเทพฯ หรือทำงานโรงงานจนหมด เราจึงพยายามเน้นไปที่เด็กและเยาวชนเป็นหลัก โดยเข้าไปสร้างเครือข่ายกับโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อพาเด็กและเยาวชน เข้าไปสัมผัสกับธรรมชาติจริงๆ คือ ป่าห้วยขาแข้งซึ่งถือเป็นมรดกโลก และลองให้พวกเขาเสนอความคิดว่า จะมีส่วนช่วยดูแลรักษาผืนป่าแห่งนี้ได้อย่างไร

คนไทยส่วนใหญ่มีจิตสำนึกที่ดีในการอนุรักษ์ธรรมชาติ แต่เนื่องจากกระแสทุนนิยมที่แข่งขันกันรุนแรง จึงอาจมีพลั้งเผลอไปบ้างตามกระแส เพราะใครๆ ก็อยากจะมีกินมีใช้กันทั้งนั้น ดังนั้นเราจึงต้องพยายามปลุกกระแสรณรงค์ให้เขาตระหนักถึงความสำคัญของการคงสภาพป่าไม้ในพื้นที่ และมีจิตสำนึกในการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติเหล่านี้” ประธานมูลนิธิห้วยขาแข้งฯบอกทิ้งท้าย

          การดูแลรักษาป่านั้นถือเป็นหน้าที่ของเราทุกคน ที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในทุกโอกาสเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ป่าไม้ที่เป็นต้นกำเนิดของทุกชีวิตนั้น คงความสมบูรณ์เอื้อประโยชน์แก่สังคมส่วนร่วม ต่อไปตราบนานเท่านาน

ทำกระทงง่ายๆ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

admin   August 15, 2016   Comments Off on ทำกระทงง่ายๆ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

ทำกระทงง่ายๆ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

วันเพ็ญเดือน 12 น้ำก็นองเต็มตลิ่ง พวกเราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริงวันลอยกระทง ลอย ลอย กระทง… ฯลฯ เสียงเพลงลอยกระทงแว่วมา ทำให้รู้ว่า วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งเป็นวันลอยกระทง ใกล้มาถึงแล้ว และปีนี้ตรงกับวันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 นั่นเอง

“ลอยกระทง” เป็นประเพณีไทยที่สืบทอดต่อกันมาช้านาน แน่นอนว่า ปัจจุบันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามกาลเวลา โดยเฉพาะ ‘กระทง’ ที่อาจเปลี่ยนไปเพื่อให้เกิดความทันสมัย สามารถทำได้ง่ายในระยะเวลาจำกัด แต่บางครั้งวัสดุที่ใช้ทำกระทงอาจไม่เป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมเท่าไหร่นัก

 

          เบญญาภา สรีนุตพงษ์  หรือ คุณเบล นัก D.I.Y. จาก Sook Magazine แนะนำวัสดุทำกระทงอย่างง่ายๆ ว่า กระทงทำได้ง่าย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติอย่าง กาบกล้วย กาบมะพร้าว หรือ กะลามะพร้าว เพราะมีรูปทรงโค้งที่สามารถนำมาตัดแต่ง ติดธูปเทียน และนำมาลอยกระทงได้ ที่สำคัญประหยัดและง่ายต่อการเก็บกำจัดอีกด้วย

คุณเบล บอกอีกว่า อันที่จริงแล้ว ไม่ว่าวัสดุใดก็ตามหากแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน อย่าง ดอกไม้ ดอกบัว ใบตอง หรือขนมปัง ก็สามารถทำให้เกิดมลภาวะทางน้ำได้เหมือนกัน แต่วัสดุธรรมชาติ อย่าง กาบมะพร้าว กาบกล้วย สามารถอยู่ในน้ำได้นาน การจัดเก็บขยะจึงสามารถทำได้ง่าย หากผ่านกระบวนการคัดแยกขยะ ก็สามารถทำปุ๋ยใส่ต้นไม้ได้อีกด้วย

‘ลอยกระทงที่ไหนดี’

คุณเบล นัก D.I.Y. คนเก่งบอกว่า สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ควรตรวจสอบว่าเราจะไปลอยกระทงที่ใด เป็นแหล่งน้ำปิดหรือเปิด หากลอยที่ บึง บ่อน้ำ ก็ควรจะใช้วัสดุจากธรรมชาติที่จัดเก็บง่าย เนื่องจากแหล่งน้ำบางที่ไม่มีสัตว์น้ำ ที่เราจะเอาขนมปัง หรือโคนไอศกรีมไปลอย เมื่อเปื่อยยุ่ย ก็จัดเก็บลำบาก หากจะลอยกระทงจากขนมปังหรือโคนไอศกรีม ควรเป็นแหล่งน้ำเปิด อย่างเช่น ท่าเรือ  แม่น้ำ ที่มีสัตว์น้ำอยู่ จะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

‘วัสดุอะไรบ้างนำมาทำกระทงได้’

พืชผักสวนครัว อย่างเช่น ดอกขจร ดอกแค ใบกะหล่ำปลี หัวปลี ก็สามารถนำมาทำกระทง และตกแต่งเป็นกลีบกระทงได้ หรืออาจจะใช้ผักตบชวา โดยใช้ตัวก้านมัดรวมกันเป็นกระทงก็ได้เช่นกัน

ส่วนกระดาษชานอ้อย ก็สามารถนำมาทำเป็นกลีบกระทงได้ แต่ถ้าเป็นเศษกระดาษรีไซเคิล เมื่อแช่น้ำนานๆ จะเปื่อยยุ่ยได้ง่าย ยากต่อการจัดเก็บ ทำให้ปริมาณออกซิเจนต่ำลง ส่งผลให้น้ำเสียเร็วขึ้นด้วย

ส่วนวัสดุที่ทำกระทงอย่าง แป้งมันสำปะหลัง ขนมปัง ถึงแม้จะย่อยสลายและเปื่อยยุ่ยได้ง่าย แต่ก็ทำให้น้ำเน่าเสียได้เร็ว หากนำไปลอยในแหล่งน้ำปิด และไม่มีสัตว์น้ำ

‘มาทำกระทงง่ายๆ ในเวลาจำกัดกันดีกว่า’

คุณเบล นัก D.I.Y. คนเก่ง บอกวิธีการทำกระทงง่ายๆ  เริ่มจากการหาวัสดุธรรมชาติ อย่างเช่น กาบมะพร้าว มาตัดแต่งให้มีรูปทรงตามต้องการ ลอยน้ำได้ หรือจะใช้ ดอกบัว นำมาตัดก้านให้เหลือแต่ตัวดอก ตกแต่งด้วยดอกไม้และใส่ธูปเทียน ก็เสร็จเรียบร้อย ลอยน้ำได้เหมือนกัน

 

หรืออาจจะใช้กาบกล้วยที่ลอกออกจากต้นกล้วย ซึ่งต้นหนึ่งก็นำมาทำกระทงได้หลายอัน เป็นการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติอีกด้วย โดยตัดให้ได้ขนาด 8-10 นิ้ว อาจใช้มีด ตัดและตกแต่งกาบกล้วยให้มีรูปร่าง หรือขนาดที่ต้องการอย่าง รูปเรือ และตกแต่งด้วยดอกไม้ อย่าง ดอกมะลิ ดอกบานไม่รู้โรย หรือดอกไม้ที่หาได้ง่ายจากบริเวณบ้านของเรา

“หากจะทำกระทง ควรใช้วัสดุชนิดเดียวกัน และการเย็บติดกาบกล้วยหรือใบตอง ไม่ควรใช้หมุด หรือตะปู แต่ควรใช้ก้านไม้กลัดปลายแหลม เพราะจะได้สะดวกต่อการคัดแยกขยะค่ะ” คุณเบล ทิ้งท้าย

ชาเขียว ดื่มพอเหมาะ ช่วยลดความดัน ไขมันในเส้นเลือด

admin   August 13, 2016   Comments Off on ชาเขียว ดื่มพอเหมาะ ช่วยลดความดัน ไขมันในเส้นเลือด

 

ชาเขียวดื่มอย่างไรได้ประโยชน์กับสุขภาพจริง ๆ ไม่ใช่แค่การดื่มตามกระแส กรมอนามัย มีคำแนะนำมาฝากคนรักชาเขียว

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2558 ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัจจุบันชาเขียวเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย มีทั้งแบบนำใบชาเขียวมาชงดื่มเอง ชงจากชาเขียวผง ชาเขียวใบ ชาเขียวพร้อมดื่มบรรจุขวดและกล่อง รวมทั้งนำมาผสมในขนมและอาหารด้วย

ชาเขียว ดื่มพอเหมาะ ช่วยลดความดัน ไขมันในเส้นเลือด

อย่างไรก็ตาม หากต้องการดื่มชาเขียวให้ได้สุขภาพ ควรเลือกการชงชาด้วยตัวเอง ซึ่งนอกจากจะได้อรรถรสของการดื่มชาแล้ว ยังให้สารต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่า ขณะที่การบริโภคชาเขียวสำเร็จรูป จะมีสารสำคัญบางส่วนถูกทำลายไประหว่างกระบวนการผลิต รวมทั้งมีการเติมน้ำตาลในปริมาณมากด้วย

เช่น ชาเขียวสำเร็จรูปรสน้ำผึ้งผสมมะนาว 1 ขวด ขนาด 500 มิลลิลิตร มีน้ำตาลถึง 12 ช้อนชา จึงควรเลือกบริโภคเฉพาะชนิดที่ไม่มีน้ำตาลผสมหรือสูตรน้ำตาลน้อย หรือควรบริโภคน้ำตาลให้น้อยที่สุด โดยใน 1 วันไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชา ขณะเดียวกัน ต้องระมัดระวังเรื่องการบริโภคชาในปริมาณมากด้วย เพราะอาจมีผลเสียต่อภาวะโภชนาการของสารอาหารอื่นได้

ruby888 เราได้คัดสรรบริการเกมส์ คาสิโนออนไลน์ ชั้นนำมาให้ท่านลูกค้าได้เลือกเล่นกันมากมาย ส่วนมากจะเป็นบริการที่ได้รับความนิยม และรู้จักันดีอยุ่แล้ว ท่านที่ชอบพนันบอลออนไลน์ไม่ควรพลาด สมัครง่ายเดิมพันสนุก เรามีทีมงานคอยบริการท่านทุกวันตลอด 24 ชั่งโมง

ติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://999slot.com/

ส่วนวิธีการดื่มชาเขียวให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ คือ

1. ควรชงชาดื่มเอง โดยดื่มน้ำชาที่เข้มข้นในถ้วยชาใบจิ๋ว เพราะความเข้มข้นของใบชาจะทำให้มีปริมาณสารแคททีชินที่เข้มข้น

2. หากนำชาเขียวมาเตรียมเป็นเครื่องดื่มแช่เย็น ความเย็นจะช่วยรักษาคุณค่าของสารสำคัญในใบชาไว้ได้ดี แต่ที่ต้องรู้ก็คือ ในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มชาเขียวต้องผ่านกระบวนการต้ม หรือทำให้ร้อนในกระบวนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อนบรรจุลงในขวด ซึ่งจะทำให้ปริมาณสารสำคัญในน้ำชาถูกทำลายไปเช่นกัน

3. การดื่มน้ำชาไม่ว่าจะชาร้อนหรือชาแช่เย็นควรดื่มชาล้วน ๆ ไม่ควรแต่งรสด้วยนมทุกชนิด ไม่ว่าจะน้ำนมสด นมข้น หรือนมผงเพราะโปรตีนในนมจะไปจับกับสารสำคัญในชาและขัดขวางประสิทธิภาพสารออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

4. ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำชาร่วมกับอาหาร เพราะสารบางชนิดจากใบชาจะไปขัดขวางการดูดซึมของแร่ธาตุบางชนิดไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย

5. ใบชามีสารคาเฟอีนในปริมาณสูง อาจสูงกว่าในเมล็ดกาแฟ แต่การดื่มน้ำชา สารแทนนินจากน้ำชาจะป้องกันหรือลดการดูดซึมของคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ฤทธิ์การกระตุ้นหัวใจและสมองน้อยกว่ากาแฟมาก

6. ในการนำสารสกัดชาเขียวไปผสมกับอาหารชนิดอื่น ๆ เช่น ขนมเค้ก จะทำให้คุณค่าชาเขียวก็จะลดลง ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการนำผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารสกัดชาเขียวไปผ่านกระบวนการความร้อน เพื่อคงคุณค่าของชาเขียว

สำหรับข้อดีของการดื่มชาเขียวนั้น จะช่วยบำรุงสุขภาพได้หลายประการ เพราะในชาเขียวมีสารบางชนิดที่ช่วยลดความดันโลหิต ไขมันในเส้นเลือด ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยทำลายแบคทีเรียในช่องปากที่เป็นต้นเหตุของฟันผุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีความเข้มข้นสูงในชา จะช่วยยับยั้งโรคหลอดเลือดหัวใจและมะเร็ง แต่ชาก็มีทั้งคุณและโทษเหมือนกับอาหารชนิดอื่น ๆ หากบริโภคมากไปก็เกิดโทษได้

รู้ทัน-เข้าใจ เชื้ออหิวาต์เทียม

admin   August 12, 2016   Comments Off on รู้ทัน-เข้าใจ เชื้ออหิวาต์เทียม

รู้ทัน-เข้าใจ เชื้ออหิวาต์เทียม

  กรณีข่าวเรื่องผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษจาก “เชื้ออหิวาต์เทียม” และมีข้อสงสัยว่าอาจมีสาเหตุจากการรับประทาน “ข้าวมันไก่” ที่มีเลือดไก่เป็นส่วนประกอบ อาจทำให้หลาย ๆ คนเกิดความกังวลใจจนไม่กล้ากินข้าวมันไก่กันไปสักระยะหนึ่งเป็นแน่…

เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง สพ.ญ นภวัลย์ บรรพพงศ์  เจ้าหน้าที่ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำในสัตว์  คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า เชื้ออหิวาต์เทียม หรือ (Vibrio parahaemolyticus) เป็นแบคทีเรียชนิดกรัมลบ มีทั้งชนิดที่ “ก่อโรค” และ “ไม่ก่อโรค” ปกติมักพบในน้ำทะเล หรือน้ำกร่อย รวมถึงในสัตว์น้ำเค็ม เช่น ปู หอย กุ้ง ปลาทะเล เชื้อจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ในอาหารหรือน้ำที่มีเกลือโซเดียมคลอไรด์ 1-8%

โดยสายพันธุ์ที่เกิดโรคในคนได้ เชื้อจะเจริญได้ดีที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียสซึ่งคือ อุณหภูมิปกติของร่างกายของเรา นอกจากนี้ เชื้ออหิวาต์เทียม จะสามารถอยู่ได้ในอาหารทะเลที่เก็บไว้ในตู้แช่แข็งที่มีอุณหภูมิต่ำ เช่น เนื้อปูได้นานถึง 30 วัน ในกุ้งแช่แข็งนาน 6 วัน และในหอยนางรม นาน 1-3 เดือน เป็นต้น

  “ในงานวิจัยของคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า เชื้ออหิวาต์เทียม (Vibrio parahaemolyticus) เป็นสาเหตุอันดับหนึ่ง ที่ทำให้เกิด ‘โรคอาหารเป็นพิษ’ ของคนไทย”

ทั้งนี้ 99 % ของเชื้ออหิวาต์เทียม จะไม่ก่อโรคในคนโดยตรง แต่สาเหตุที่พบจะเป็นการติดเชื้อทางเดินอาหาร (โรคอาหารเป็นพิษ) จากการรับประทานน้ำหรืออาหารที่มีเชื้อ ทำให้เกิดสะสมของเชื้อและสร้างสารพิษที่เรียกว่า ท็อกซิน (toxin) โดยจะแสดงอาการภายใน 4-96 ชั่วโมง อาการที่พบทั่วไปคือปวดท้อง ท้องเดิน อุจจาระเป็นน้ำ มีมูกเลือด ไข้ต่ำ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อาจหายได้เองภายใน 2-5 วัน โดยไม่ต้องรักษาได้ แต่ในบางรายเช่น ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำ อาจมีอาการที่รุนแรงกว่าคนทั่วไปอาจเกิดอาการเฉียบพลันและรุนแรงจนเกิดภาวะช็อก ซึ่งอัตราเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษมีน้อยเพียง 1 ต่อ 1,000 เท่านั้น

วิธีการป้องกัน

1. รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อนที่พอเหมาะ

2. ล้างมือทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร

3. หลีกเลี่ยงอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ หรืออาหารที่ปรุงทิ้งไว้นาน เกิน 2 ชั่วโมง

4. แยกอุปกรณ์ในการประกอบอาหาร ไม่ควรใช้อุปรณ์ปนกันระหว่างอาหารสุกและดิบ และล้างทำความสะอาดทันทีที่ใช้งานเสร็จ

5. ไม่ควรซื้ออาหารที่ปรุงทิ้งไว้นาน หรือควรตรวจสอบว่าอาหารนั้นไม่บูดเสีย และควรอุ่นซ้ำก่อนการบริโภค

  สำหรับกรณีของการพบเชื้ออหิวาต์เทียมปนมากับเลือดไก่ สัตวแพทย์หญิงกล่าวว่า การป้องกันที่ดีที่สุดคือต้องปรุงทั้ง “เนื้อไก่-เลือดไก่” ให้สุกด้วยความร้อน ตั้งแต่  75 องศาเซลเซียส นานเป็นเวลา 15 นาที  หรือปรุงให้เดือด ที่  100 อาศาเซลเซียส จะสามารถฆ่าเชื้ออหิวาต์เทียมให้ตายได้ 100%

“ทั้งนี้ เชื้ออาจปนเปื้อนมาในวัตถุดิบได้หลายทาง เช่น ระหว่างการชำแหละ การเตรียม การขนส่ง เพราะฉะนั้นการปรุงให้สุกด้วยความร้อน พยายามไม่เก็บอาหารสดทิ้งไว้นาน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันเชื้อ โดยไม่ควรลืมหลัก ‘กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ’ ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร เพื่อสุขลักษณะที่ดีห่างไกลโรคอาหารเป็นพิษ” สพ.ญ นภวัลย์ กล่าวให้ความรู้ทิ้งท้าย

“กองทุนการออม” เดินหน้าสู่ระบบบำนาญแห่งชาติ

admin   August 12, 2016   Comments Off on “กองทุนการออม” เดินหน้าสู่ระบบบำนาญแห่งชาติ

กองทุนการออม เดินหน้าสู่ระบบบำนาญแห่งชาติ

เฮ! กองทุนการออม ผ่าน ครม.แล้ว เดินหน้าสู่ระบบบำนาญแห่งชาติ

พญ.ลัดดา ดำริการเลิศ รองเลขาธิการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ล่าสุดว่า ขอขอบคุณรัฐบาลชุดนี้ ที่มีมติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ..โดยถือว่าเป็นแนวทางในการลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรมและจะเป็นเส้นทางสร้างระบบบำนาญแห่งชาติเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุไทยในอนาคตได้อย่างเห็นผล

“ที่ผ่านมาคุณอรุณีศรีโต ประธานเครือข่ายแรงงานนอกระบบได้เข้ายื่นหนังสือเสนอให้มีการผลักดันให้เพื่อขอให้มีการดำเนินการบังคับใช้” พ.ร.บกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554″ ต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ปีที่แล้ว จึงถือเป็นการทำงานเชิงรุกครั้งใหญ่ ครั้งสำคัญที่ มส.ผส.ในฐานะหน่วยงานหลักสนับสนุนทางวิชาการที่เราภูมิใจ” พญ.ลัดดากล่าว

ทั้งนี้รายละเอียด ของ พ.ร.บ.กอช. มติ ครม.กำหนดให้

1.1 กอช. รับโอนผู้ประกันตนและเงินของผู้ประกันตนตามมาตรา 40 กรณีบำนาญชราภาพทั้งหมดที่แสดงความจำนงเป็นสมาชิกของ กอช. โดยให้ผู้ที่มีอายุ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปมีสิทธิเป็นสมาชิกต่อไปได้อีก 10 ปีนับแต่วันที่เป็นสมาชิก เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการของพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 ที่ให้ผู้ที่มีอายุมากที่สมัครในช่วงปีแรก ได้มีระยะเวลาในการออมมากขึ้น

ทั้งนี้ รัฐบาลจะไม่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสำหรับเงินสะสมที่โอนมาดังกล่าว เนื่องจากได้รับเงินสมทบจากกองทุนประกันสังคมแล้ว

1.2 กำหนดให้ผู้สมัครสมาชิก กอช. รายใหม่ที่อายุ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และสมัครภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลใช้บังคับ มีสิทธิเป็นสมาชิกต่อไปได้อีก 10 ปีนับแต่วันที่เป็นสมาชิก เพื่อให้เป็นไปตามหลักการของ กอช. ดังกล่าวข้างต้น และเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันระหว่างผู้ที่รับโอนจากกองทุนประกันสังคมและผู้ที่สมัครใหม่ ทั้งนี้ สมาชิก กอช. จะได้รับเงินสมทบเป็นอัตราส่วนตามช่วงอายุตามที่ได้กำหนดไว้

สำหรับร่างกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 จำนวน 7 ฉบับ มีความสำคัญเพื่อขายความครอบคลุมและการบังคับใช้ที่ละเอียดขึ้นแต่ร่างกฎหมายที่สำคัญคือ กฎกระทรวงกำหนดอัตราการจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบ พ.ศ. …. จะกำหนดให้สมาชิกจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนปีละไม่เกิน 13,200 บาท และรัฐบาลจ่ายเงินสมทบตามอายุสมาชิก ดังนี้

อายุสมาชิกไม่ต่ำกว่า 15 ปีแต่ไม่เกิน 30 ปี อัตราเงินสมทบต่อเงินสะสมร้อยละ 50 เงินสมทบสูงสุดที่จะกำหนดโดยกฎกระทรวง600 บาท/ปี

อายุสมาชิก มากกว่า 30 ปีแต่ไม่เกิน 50 ปี อัตราเงินสมทบต่อเงินสะสมร้อยละ 80เงินสมทบสูงสุดที่จะกำหนดโดยกฎกระทรวง960 บาท/ปี และ

อายุสมาชิกที่มากกว่า 50 ปี แต่ไม่เกิน 60 ปีอัตราเงินสมทบต่อเงินสะสมร้อยละ 100 เงินสมทบสูงสุดที่จะกำหนดโดยกฎกระทรวง1,200 บาท/ปีโดยกฎหมายดังกล่าวจะช่วยกำหนดหลักเกณฑ์การคำนวณบำนาญให้เพียงพอกับการจ่ายบำนาญให้แก่สมาชิกได้จนถึงอายุครบ 80 ปีบริบูรณ์อีกด้วย

‘น้ำหมักผักผลไม้’ เติมความสดชื่นเพื่อสุขภาพ

admin   August 11, 2016   Comments Off on ‘น้ำหมักผักผลไม้’ เติมความสดชื่นเพื่อสุขภาพ

‘น้ำหมักผักผลไม้’ เติมความสดชื่นเพื่อสุขภาพ

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจในเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกิน กลายเป็นกระแสเกิดขึ้นมากมาย หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “อาหารคลีน” การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ รวมไปถึงเครื่องดื่มที่กำลังเป็นที่นิยมโดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนแบบนี้อย่าง “น้ำหมักผักผลไม้” หรือ “Infused water” 

ซึ่งเรื่องนี้ “อาจารย์แววตา เอกชาวนา” นักโภชนาการบำบัด  และผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ ให้ข้อมูลว่าInfused water หรือที่เรียกกันว่า น้ำหมักผักผลไม้ ได้รับความนิยมในต่างประเทศจนแพร่หลายมาในประเทศไทย เนื่องจากเป็นเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์ที่สวยงามมีสีสันสดใส ที่สำคัญคือสามารถทำได้ด้วยตนเอง ซึ่งวิธีการทำคือ การนำเอาน้ำเปล่า หรือน้ำแร่ธรรมชาติ มาหมักรวมกันกับ ผัก ผลไม้ หรือสมุนไพรต่างๆ เช่น ใบสระเหน่ ใบโหรพา ตามความชอบของแต่ละบุคคล โดยนิยมหมักไว้ในขวด หรือโหลแก้ว ปริมาณไม่เกิน 1 ส่วน 4 ของภาชนะ จากนั้นจึงนำไปแช่เย็นเพื่อให้ได้ความเย็นสดชื่น ทิ้งไว้ประมาณ 6-8 ชั่วโมง จนกลิ่นและรสของผักผลไม้ออกมาผสมกับน้ำแล้วนำมาบริโภค

ประโยชน์ และข้อควรระวังในการบริโภค “น้ำหมักผักผลไม้” คืออะไร?

นักโภชนาการคนเก่ง บอกว่า น้ำหมักผักผลไม้ ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลดบริโภคหวาน สำหรับคนที่ติดน้ำอัดลม และคนที่ไม่ค่อยชอบดื่มน้ำเปล่า เพราะ Infused water จะมีรสชาติจากผัก และผลไม้ ที่เราเลือกใส่ลงไป จึงช่วยทำให้ดื่มน้ำได้อร่อยขึ้น นอกจากนั้นยังได้รับแร่ธาตุ และวิตามินธรรมชาติ ที่ให้ผลเรื่อง การดีท็อกซ์ (Detox) หรือระบายอ่อน ๆ เมื่อดื่มตอนเช้าหลังจากตื่นนอน จะช่วยให้สดชื่นและได้รับวิตามินและเกลือแร่จากผักและผลไม้ชนิดนั้นทันที และที่สำคัญคือ การได้รับความสดชื่นจากกลิ่นและรสชาติของผักผลไม้ที่เราหมักไว้ หันมาดื่มน้ำมากขึ้น

สิ่งที่ควรระวังในการดื่ม น้ำหมักผักผลไม้ คือ เนื่องจากผักและผลไม้แต่ละชนิดมีระยะเวลาการเน่าเสียที่ต่างกัน จึงควรทำบริโภควันต่อวัน และควรเก็บไว้ในอุณหภูมิที่เย็นเพื่อไม่ให้เกิดการก่อตัวของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้

“น้ำหมักผักผลไม้ ไม่สามารถทดแทนกากใยที่มีในผักและเนื้อของผลไม้สดได้ เพราะฉะนั้นการบริโภคเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงจึงควรบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน และอย่าลืมออกกำลังกายให้เหมาะสมด้วย” อาจารย์แววตา กล่าว

ในสภาพอากาศที่ร้อนของประเทศไทย การดื่มน้ำเป็นเรื่องสำคัญ โดยปกติร่างกายเราจะสูญเสียน้ำจากทางเหงื่อ ลมหายใจ และการขับถ่าย อีกทั้งสูญเสียเกลือแร่ออกจากร่างกายด้วยในเวลาที่เราขับเหงื่อออกจากร่างกาย หากร่างกายขาดน้ำมากๆ และไม่ได้รับการทดแทนอย่างเพียงพอในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งมาตรฐานคือ 8 แก้วต่อวัน ก็อาจจะก่อให้เกิดผลเสียตามมาได้ หรือถ้าหากร่างกายได้รับน้ำมากเกินไปก็จะส่งผลเสียได้เหมือนกัน

สำหรับ “ผู้สูงอายุ” เป็นวัยที่ต้องดูแลเรื่องการดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นพิเศษ เนื่องจากต่อมรับรู้การกระหายน้ำจะช้ากว่าวัยอื่นๆ ทำให้เกิดอันตรายได้ สังเกตอาการได้จาก ริมฝีปากแห้ง ไม่ปัสสาวะ หรือปัสสาวะออกน้อยมาก ผิวแห้ง ความดันต่ำ ชีพจรเร็ว หายใจเร็ว จนถึงขั้นหมดสติ

“นอกจากนี้ การบริโภคอาหารในหน้าร้อน ต้องระวังเรื่องการเน่าเสียง่าย ไม่ปรุงอาหารทิ้งไว้เป็นเวลานานก่อนนำไปให้ผู้บริโภค โดยเฉพาะอาหารประเภทที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบจะเสียง่ายกว่าปกติ อาหารประเภทยำ ลาบ ต้องปรุงให้สุก เนื่องจากอากาศร้อนจะทำให้อาหารบูดเสียง่าย และควรยึดหลัก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เพื่อสุขอนามัยที่ดีด้วยค่ะ” อาจารย์แววตา กล่าวทิ้งท้าย

วิธีง่ายๆ เลือกซื้อผลไม้รถเข็น

admin   August 11, 2016   Comments Off on วิธีง่ายๆ เลือกซื้อผลไม้รถเข็น

วิธีง่ายๆ เลือกซื้อผลไม้รถเข็น

ผลไม้เป็นหนึ่งในอาหารที่ควรกินให้ได้ทุกมื้อ ทางเลือกหนึ่งหากไม่ได้นำผลไม้มาทานเอง ก็สามารถหาซื้อจากรถเข็นได้ แต่ถ้าตัดสินใจจะซื้อผลไม้จากรถเข็น ต้องสังเกตให้ดีก่อนซื้อเพราะหากเลือกไม่ดี อาจมีสารปนเปื้อนทำให้ท้องเสีย หรือก่อโรคอื่นๆ ตามมาได้

          นายสง่า ดามาพงษ์ นักโภชนาการเชี่ยวชาญอิสระ ที่ปรึกษากรมอนามัย และผู้ทรงวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคผลไม้จากรถเข็นว่า ในปัจจุบันพบว่าผู้บริโภคผลไม้จากรถเข็นมีความเสี่ยงหลายประการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ผลไม้ที่ปนเปื้อนจากสารจุลินทรีย์เชื้อโรคต่างๆ ที่เกิดจากการที่แม่ค้าพ่อค้าที่ไม่เตรียมผลไม้ และอุปกรณ์ต่างๆ ให้สะอาดเพียงพอ จึงทำให้มีเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนมาในผลไม้ได้ รวมทั้งอาจมีสารเคมีต่างๆ ที่ผู้ขายนำมาใช้เพื่อให้ผลไม้มีลักษณะน่ากิน ซึ่งอาจเกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บและมีผลข้างเคียงได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางออกของผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลไม้รถเข็น อาจสังเกตง่ายๆ ดังนี้

1. ผู้ค้าต้องใส่ใจความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นมือที่ไปหยิบจับผลไม้ หรือจะเป็นสุขภาพของผู้ขาย รวมทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ทั้งหมดล้วนทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้ทั้งสิ้น ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องให้ความใส่ใจในการประกอบอาชีพด้วย นอกจากนี้ตัวรถเข็นต้องสะอาด ตู้กระจกใส  ไม่มีคราบฝุ่นละออง หรือรอยแตกร้าว อุปกรณ์ที่ใช้สะอาด น้ำแข็งสะอาด มีดและเขียงสะอาด มีการทำความสะอาดก่อนหรือหลังหั่นผลไม้ ผ้าเช็ดอุปกรณ์ต้องสะอาด และแยกประเภทตามการใช้งาน

2. ควรเลือกผลไม้ที่สดใหม่และตามฤดูกาล เพราะจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องสารปนเปื้อน รวมทั้งรอดพ้นจากสารกันบูดอย่างแน่นอน และที่สำคัญการกินผลไม้สดจะทำให้ได้รับวิตามินและแร่ธาตุ รวมทั้งสารอาหารจากผลไม้ได้มากกว่าผลไม้ดอง โดยเฉพาะวิตามินซี ที่มีในผลไม้สดมากกว่าผลไม้ดองหลายเท่า ที่สำคัญพยายามอย่ากินผลไม้ซ้ำกันทุกวัน ควรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ โดยกินให้หลากหลายชนิด เพื่อจะได้รับสารอาหารที่หลากหลายด้วย

3. หลีกเลี่ยงผลไม้หมักดอง เพราะจะได้คุณค่าทางโภชนาการน้อยมาก นายสง่า อธิบายว่า ผลไม้ดองส่วนใหญ่มักใส่สารเคมี เช่น สารโลหะหนัก สารกันบูด บอแร็กซ์ หรือสารเพิ่มความกรอบ เสี่ยงต่อการได้รับสารปนเปื้อนสูง และที่สำคัญการกินผลไม้ดอง จะมีสิ่งหนึ่งเข้าไปในร่างกายด้วย คือ ความเค็ม โดยเฉพาะโซเดียมที่มีอยู่ในผลไม้ดอง ดังนั้นการกินผลไม้ดองบ่อยๆ ทำให้ร่างกายมีโอกาสได้รับโซเดียมสูงไปด้วย โดยจะทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง และไตทำงานหนัก ยิ่งไตทำงานหนัก ความดันโลหิตก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

4. ระมัดระวังเครื่องจิ้มผลไม้ต่างๆ แม้เครื่องจิ้มเหล่านี้จะช่วยให้มีรสดีขึ้น แต่ผลร้ายจะตามมาคือ  ทำให้ร่างกายได้รับเกลือและน้ำตาลมากเกิน เพราะเครื่องจิ้มผลไม้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผงบ๊วย  พริกกะเกลือ น้ำปลาหวาน หรืออื่นๆ มักมีส่วนผสมของน้ำตาล เกลือ กะปิ ผงชูรส จึงควรกินแต่น้อย วิธีที่ดีควรลองกินผลไม้ที่ไม่มีเครื่องจิ้ม แล้วเราจะพบว่า ฝรั่ง มะม่วง มะกอก และผลไม้ต่างๆ  มักมีรสเปรี้ยว หวาน มัน กรอบ อร่อยอยู่ในตัว โดยไม่ต้องใช้เครื่องจิ้มเลย

ขณะเดียวกันควรเลือกกินผลไม้ที่ไม่ใส่สี เพราะบางครั้งสีสวยๆ ที่เห็นนั้น ไม่ใช่สีผสมอาหารแต่เป็นสีย้อมผ้า รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงผลไม้ที่ใส่สารแทนความหวาน ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง คือหากกินแล้วมีรสขมติดในคอ แสดงว่าใช้สารแทนความหวานปริมาณมาก ถ้ากินติดต่อกันนานๆ จะทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายได้

ขอเพียงใส่ใจหมั่นสังเกตและปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น เพียงเท่านี้ก็สามารถเลือกกินผลไม้จากรถเข็นได้อย่างปลอดภัยแล้ว